คลินิกนอนไม่หลับ

ทำยังไงดี ? นอนยังไงก็ไม่หลับ
โรคนอนไม่หลับ
(Insomnia) เป็นอาการอย่างหนึ่งที่พบได้ในโรคทางกายหลายชนิด
โรคทางจิตเวชหลายโรค หรืออาจมีสาเหตุจากยาบางชนิดจากสารบางอย่างที่ออกฤทธิ์กระตุ้นสมอง
เช่น สารคาเฟอีนที่มีอยู่ใน ชา กาแฟ น้ำอัดลม เช่น โคล่า เครื่องดื่มชูกำลังหลายยี่ห้อ
นอกจากนี้การดื่มสุราอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน
ก็จะทำให้เกิดอาการนอนไม่หลับได้เช่นเดียวกัน
สาเหตุ
- ความเครียด
- ความกังวลหรือซึมเศร้า
- ยาบางชนิด
- สารบางอย่างที่ออกฤทธิ์กระตุ้นสมอง
- ผู้สูงอายุ
- สารบางอย่างที่ออกฤทธิ์กระตุ้นสมอง
- ผู้สูงอายุ
อาการโรคนอนไม่หลับ
1. หลับยากมาก หลับไม่ต่อเนื่อง หลับๆ
ตื่นๆ อาจจะต้องลูกมาเดินย่อยๆ
2.
ตื่นขึ้นมากลางดึก
3.
นอนดึกแต่จะตื่นเช้ามากที่ต้องการ และจะไม่สามารถนอนต่อได้
4.
ตื่นนอนแล้วไม่สดชื่น
5.
ผลกระทบจากการนอนไม่หลับคือ อ่อนเพลีย, ขาดสมาธิ, อารมณ์เสีย
ระยะเวลาของการนอนไม่หลับ
ก็มีความสำคัญต่อการประเมินหาสาเหตุ และการรักษา เช่น
- อาการนอนไม่หลับชั่วคราว (Transientinsomnia) มักพบในช่วงเปลี่ยนแปลงชิตประจำวัน หรือ สิ่งแวดล้อมหรือ Jet lag เป็นต้น - อาการนอนไม่หลับระยะสั้น
(Short-term
insomnia)
มักเป็นแค่ 2-3 วัน จนถึง 3 สัปดาห์ อาจพบได้ในภาวะเครียด เช่น ผู้ป่วยหลังผ่าตัด
เป็นต้น
- อาการนอนไม่หลับเรื้อรังเป็นเดือน หรือเป็นปี (long-term or chronic insomnia) อาจเป็นผลจากการใช้ยาการเจ็บป่วยเรื้อรัง ไม่ว่าทางกาย หรือทางจิตใจ หรือเป็นแบบไม่ทราบสาเหตุ
- อาการนอนไม่หลับเรื้อรังเป็นเดือน หรือเป็นปี (long-term or chronic insomnia) อาจเป็นผลจากการใช้ยาการเจ็บป่วยเรื้อรัง ไม่ว่าทางกาย หรือทางจิตใจ หรือเป็นแบบไม่ทราบสาเหตุ
อาหารช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้น
คงมีคนจำนวนไม่น้อยที่เคยประสบกับภาวะนอนไม่หลับ
ซึ่งไม่เพียงแต่จะทำให้ต้องใช้ความพยายามในการข่มตานอนมากขึ้นเท่านั้นแต่ยังอาจส่งผลให้รู้สึกไม่สดชื่นในเช้าวันถัดมา
อย่างไรก็ตาม เราลองมาดู 8 อาหารดังต่อไปนี้ที่สามารถช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้น
1. ปลา ปลาอุดมไปด้วยกรดอะมิโนอย่างสารทริปโตเฟน
(Tryptophan)
โดยมีส่วนช่วยในการเพิ่มระดับของสารเซโรโทนิน (Serotonin) ซึ่งเป็นสารที่จำเป็นสำหรับการสร้างฮอร์โมนเมลาโทนิน (Melatonin) โดยจะช่วยในการควบคุมวงจรการนอนหลับและตื่นนอน
นอกจากนี้ปลาส่วนมากไม่ว่าจะเป็นปลาแซลมอน ปลาทูน่า ปลาเทราต์ ปลากะพง ฯลฯ
ยังอุดมไปด้วยวิตามินบี 6
ซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งสารอาหารที่จำเป็นสำหรับการสร้างฮอร์โมนเมลาโทนิน
อย่างไรก็ตามมีผลการศึกษาหนึ่งพบว่า
เมื่อให้ผู้ที่เข้าการทดสอบทานอาหารที่มีสารทริปโตเฟนสูง
ผลปรากฏว่ากลุ่มคนดังกล่าวนอนหลับได้ดีขึ้น
อีกทั้งยังรู้สึกสดชื่นและไม่ง่วงนอนในตอนเช้า
2. ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากนม นอกจากการดื่มนมจะช่วยให้นอนหลับสบายขึ้นแล้ว
ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตมาจากนม
ไม่ว่าจะเป็นโยเกิร์ตหรือชีสก็ยังอุดมไปด้วยแคลเซียมซึ่งมีส่วนช่วยในการผลิตฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการนอนหลับอย่างเมลาโทนิน
นอกจากนี้ยังมีหลายผลการศึกษาพบว่า การที่ร่างกายได้รับแคลเซียมไม่เพียงพอจะส่งผลให้การนอนหลับเป็นไปได้ยากขึ้น
3. เชอร์รี่ เชอร์รี่เป็นหนึ่งในอาหารเพียงไม่กี่ชนิดที่มีสารเมลาโทนินซึ่งจะช่วยกล่อมให้นอนหลับได้
อย่างไรก็ดีมีผลการศึกษาหนึ่งพบว่า
เมื่อให้ผู้เข้าร่วมทดสอบดื่มน้ำเชอร์รี่ด้วยปริมาณ 8 ออนซ์ในตอนเช้าและตอนกลางคืนเป็นระยะเวลาสองสัปดาห์
ผลปรากฏว่า พฤติกรรมการนอนของกลุ่มคนดังกล่าวดีขึ้น
4. กล้วย นอกจากกล้วยจะมีรสชาติที่อร่อยและหาทานง่ายแล้ว ก็ยังเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยธาตุแมกนีเซียมและโพแทสเซียมซึ่งล้วนแต่เป็นแร่ธาตุที่ช่วยคลายกล้ามเนื้อ ทั้งนี้การที่ร่างกายไม่ได้รับธาตุแมกนีเซียมอย่างเพียงพอจะนำไปสู่การเกิดอาการขาอยู่ไม่สุข (Restless leg syndrome) ซึ่งผู้ป่วยจะรู้สึกไม่สบายที่ขาทั้ง 2 ข้าง ส่งผลให้นอนหลับได้ไม่ดีเท่าที่ควร นอกจากนี้กล้วยยังมีสารทริปโตเฟนซึ่งเป็นสารอาหารที่เกี่ยวข้องกับการนอนหลับ
4. กล้วย นอกจากกล้วยจะมีรสชาติที่อร่อยและหาทานง่ายแล้ว ก็ยังเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยธาตุแมกนีเซียมและโพแทสเซียมซึ่งล้วนแต่เป็นแร่ธาตุที่ช่วยคลายกล้ามเนื้อ ทั้งนี้การที่ร่างกายไม่ได้รับธาตุแมกนีเซียมอย่างเพียงพอจะนำไปสู่การเกิดอาการขาอยู่ไม่สุข (Restless leg syndrome) ซึ่งผู้ป่วยจะรู้สึกไม่สบายที่ขาทั้ง 2 ข้าง ส่งผลให้นอนหลับได้ไม่ดีเท่าที่ควร นอกจากนี้กล้วยยังมีสารทริปโตเฟนซึ่งเป็นสารอาหารที่เกี่ยวข้องกับการนอนหลับ
5. ถั่ว เป็นอาหารขบเคี้ยวที่อุดมไปด้วยแคลเซียมและแมกนีเซียมซึ่งเป็นแร่ธาตุที่ช่วยในการนอนหลับ อีกทั้งยังมีกรดไขมันไม่อิ่มตัวที่สามารถช่วยควบคุมระดับสารเซราโทนินซึ่งเป็นสารตั้งต้นในการผลิตฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการนอนอย่างเมลาโทนิน ยิ่งไปกว่านั้นโปรตีนในถั่วยังช่วยรักษาระดับของน้ำตาลในเลือดให้คงที่
ส่งผลให้นอนหลับได้ดี
6. ฮัมมัส (Hummus) ฮัมมัสเป็นอาหารประเภทใช้จิ้มหรือทาอาหารชนิดอื่นๆ โดยมีส่วนประกอบหลักเป็นถั่วลูกไก่ซึ่งไม่เพียงแต่มีสารทริปโตเฟนสูงเท่านั้น แต่ยังอุดมไปด้วยสารโฟเลตและวิตามินบี 6 ที่สามารถช่วยในการนอนหลับ ซึ่งโฟเลตจะช่วยควบคุมการนอน โดยเฉพาะในวัยสูงอายุ ในขณะที่วิตามินบี 6 จะมีส่วนในการควบคุมนาฬิกาชีวิตในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการนอน
6. ฮัมมัส (Hummus) ฮัมมัสเป็นอาหารประเภทใช้จิ้มหรือทาอาหารชนิดอื่นๆ โดยมีส่วนประกอบหลักเป็นถั่วลูกไก่ซึ่งไม่เพียงแต่มีสารทริปโตเฟนสูงเท่านั้น แต่ยังอุดมไปด้วยสารโฟเลตและวิตามินบี 6 ที่สามารถช่วยในการนอนหลับ ซึ่งโฟเลตจะช่วยควบคุมการนอน โดยเฉพาะในวัยสูงอายุ ในขณะที่วิตามินบี 6 จะมีส่วนในการควบคุมนาฬิกาชีวิตในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการนอน
7. ผักใบเขียวเข้ม ผักใบเขียวเข้มอย่างผักโขม
ผักเคล ผักสวิสชาร์ด ฯลฯ ล้วนแต่อุดมไปด้วยธาตุโพแทสเซียม แมกนีเซียมและแคลเซียม
ซึ่งธาตุทั้งสามมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้คุณนอนหลับ
โดยแคลเซียมจะช่วยให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนเมลาโทนินซึ่งเป็นฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการนอนหลับ
ส่วนโพแทสเซียมกับแมกนีเซียมจะเป็นแร่ธาตุที่ช่วยให้กล้ามเนื้อที่กำลังตึงผ่อนคลายลงได้
ส่งผลให้คุณนอนหลับได้สบายขึ้น
8. ชา หากคุณนอนไม่หลับ
การดื่มชาคาโมมายล์หรือชาสะระแหน่ร้อนๆสักหนึ่งแก้วก่อนนอนจะช่วยกล่อมให้คุณนอนหลับได้
เนื่องจากชาสมุนไพรดังกล่าวไม่เพียงแต่ปลอดสารคาเฟอีนเท่านั้น
แต่ยังอุดมไปด้วยสารธีอะนีน (Theanine) ซึ่งเป็นกรดอะมิโนที่สามารถช่วยลดความเครียดและทำให้รู้สึกผ่อนคลาย
ส่งผลให้คุณรู้สึกง่วงนอน
จะเห็นได้ว่าอาหารนับว่าเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สามารถส่งผลต่อการนอนของคุณได้ดังนั้นหากคุณลองสำรวจตนเองแล้วพบว่าในช่วงนี้คุณต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการข่มตานอน
คุณก็อาจลองทานอาหารตามที่กล่าวไปข้างต้นเพื่อเป็นตัวช่วยในการกล่อมให้คุณนอนหลับ
ปัจจุบันยังไม่มีวิธีการรักษาที่เฉพาะเจาะจงวิธีใดวิธีหนึ่ง สำหรับโรคนอนไม่หลับ
การรักษาจะมีความแตกต่างกันไป โดยต้องสอบถามและค้นหาสาเหตุด้วย
เพื่อการรักษาที่มีประสิทธิภาพ
วิธีการแก้อาการนอนไม่หลับ
1. การรักษาโดยการใช้ยา
- ยากล่อมประสาท / ยานอนหลับ
-
ยากลุ่มแอนตี้ฮีสตามีน ออกฤทธิ์ทำให้ง่วงนอนหลับง่ายขึ้น
-
เมลาโทนินฮอร์โมน
-
ยาต้านการซึมเศร้า
2. การรักษาอาการนอนไม่หลับโดยไม่ใช้ยา
- การรักษาโดยการควบคุมสิ่งเร้า
-
การรักษาด้วยการผ่อนคลายกล้ามเนื้อ เช่น การนวดกล้ามเนื้อ
-
การผ่อนคลายทางด้านจิตใจ เช่น ลดความวิตกกังวง เปลี่ยนมองมองปัญหาใหม่
-
การจำกัดการนอนกลางวัน
- รับประทานอาหารที่มีแมกนีเซียมสูง เช่น ปลาโอ
ปลาเก๋า และปลากะพง
-
รับประทานผัก เช่น ถั่วเหลือง ถั่วลิสง ยอดฟักแม้ว และยอดฟักทอง
- ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ